10 กุมภาพันธ์ 2552

พันธกิจสั้นๆที่ประเทศกัมพูชา

ผมเดินทางไปประเทศกัมพูชาในระหว่างวันที่ 15 – 19 ตุลาคม เพื่อต่อวีซ่า และทำการเผยแพร่ด้วย

เมื่อตอนที่ผมอยู่ที่เสียมเรียบ ผมได้แบ่งปันพระวจนะของ พระเจ้าให้กับเจ้าของเกสท์เฮ้าส์ Bro.Sophat (ชาวกัมพูชา) หลังจากนั้นเขาก็ยอมรับพระคริสต์และตกลงจะไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์เพื่อฟังคำเทศนา ขอบคุณพระเจ้า จากนั้นผมก็ได้แบ่งปันให้กับ Bro.Akira (ชาวญี่ปุ่น)ในขณะที่เราออกไปข้านอกด้วยกัน พอนึกถึง Sis.Belen (ชาวเปรู, นับถือคาทอลิค) ผมได้เปิดเพลงสรรเสริญและนมัสการให้เธอฟัง เธอชอบมาก และผมยังได้แบ่งปันพระคำของพระเจ้าให้กับเธอด้วย ...อัศจรรย์จริงๆ พระเจ้าทรงใช้ผมทำงานในระหว่างการเดินทางสั้นๆในครั้งนี้

หลังจากที่ผมออกจากเสียมเรียบ เดินทางเข้าสูพนมเปญ สามารถสังเกตุเห็นได้เลยว่า ชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ยากจน จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ร่ำรวย ผมอยากช่วยเหลือพวกเขา แต่ว่าเราจำเป็นต้องใช้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานของ Internation NGO เป็นตัวช่วยประสานงานระหว่างรัฐบาลกัมพูชา

ปัญหาของที่นี่คือ มีผู้รับใช้ไม่เพียงพอ และยังขาดแคลนเงินทุน พระเจ้าทรงให้ปัญญาแก่เรา เราก็ควรจะใช้มันไปในทางที่เหมาะสม

ผมออกจากพนมเปญในวันที่ 19 ตุลาคม โดยใช้รถโดยสารประจำทาง และผมได้พบกับชายชาวกัมพูชาซึ่งเป็นครูสอนระดับชั้นมัธยม ผมได้มีโอกาสแบ่งปันพระวจนะให้กับพระเจ้าซึ่งเขาก็ยอมรับพระคริสต์ในที่สุด ขอบคุณพระเจ้า เพราะในเวลานั้นเขาไม่สบายและมีอาการเจ็บคอด้วย แต่หลังจากที่อธิษฐานให้เขา พระเจ้าก็ทรงรักษาเขา

ในเวลาเดียวกันผมก็ได้แบ่งปันพระวจนะให้กับ Sis.Hlobilova (ชาวกรีก) ซึ่งตอนนั้นเธอกำลังรู้สึกเหนื่อยล้าในการแสวงหาความสงบและสันติสุข เธอกำลังหลงทาง ผมบอกกับเธอว่า พระเจ้าทรงรักเธอ และเธอจะสามารถรู้สึกถึงความสงบและสันติสุขโดยผ่านทางพระองค์ถ้าเธอยอมรับพระคริสต์ และหลังจากที่ผมได้อธิษฐานให้กับเธอแล้ว เธอก็ตัดสินใจรับเชื่อ เธอเปิดใจและเธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากพระเจ้า...ฮาเลลูยา พระวิญญาณสัมผัสใจของ Bro.Scott (ชาวอังกฤษ) ด้วยเช่นกัน โปรดเชื่อผมเถิดว่า พลังของพระเจ้าทรงนั้นทรงเคลื่อนไหวได้เสมอในทุกๆแห่ง

พระเจ้าอวยพร

Pastor Steve Peter H S Kok

พันธกิจในประเทศไทยครั้งแรก

ผมยังคงพยายามหาที่อยู่ในกรุงเทพฯเพื่อที่จะอาศัยอยู่ต่ออีกสัก 6-8 เดือน แต่ยังติดขัดเล็กน้อยเรื่องวีซ่า เงินทุน และที่พักอาศัย อย่างไรก็ตาม ถ้าพระเจ้าทรงเรียกผมให้มาที่นี่ ผมต้องเชื่อฟังพระองค์อย่างสุดจิตสุดใจ และต้องมีศรัทธาที่เข้มแข็ง วีซ่าของผมจะหมดลงวันที่ 19 ตุลาคม 2550 และตั้งใจว่าจะเดินทางไปต่อวีซ่าที่ประเทศกัมพูชาหรือลาวในวันที่ 16 หรือ 17 ตุลาคม

มาพูดถึงที่สุเหร่าของยิวในประเทศไทย ผมได้ทำหนังสือถึง Rabbi (อาจารย์ในศาสนายิว) Yosef (เป็นผู้นำของยิวในประเทศไทย) เพื่อขอพบ แต่เขาได้ตอบผมกลับมาว่า เขายังไม่พร้อมไม่ว่าจะเป็นในตอนนี้หรือในโอกาสหน้าก็ตามแต่ที่จะเปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าเข้าไปร่วมพิธีกับพวกเขาในวันแซบัธ(พวกเขานมัสการกันวันศุกร์ตอนเย็น) ผมได้รับการแนะนำจาก Rabbi Ovadyah (ชาวเยรูซาเล็ม) ว่า ไม่ต้องไปสนใจในเมื่อพวกเขาปฏิเสธผมมาถึงสามครั้งแล้ว....Rabbiคนนี้เชื่อว่าพระเจ้าทรงเรียกผมให้ทำงานสำคัญเช่นเดียวกับที่ทรงเรียกผู้เผยพระวจนะ แต่ผมยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้ก่อน

เมื่อตอนบ่ายวานนี้ผมได้พบกับ Rabbi Chan (เป็นชาวยิวเชื้อสายจีน) ซึ่งผมได้นั่งรอถึง 4 ชั่วโมงกว่าจะได้พบกับท่าน พวกเราได้พูดคุยกันเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ท่านได้ให้ความรู้เกี่ยวกับชาวยูดาห์ แต่ท่านมีเวลาไม่มากนักเพราะว่ามีงานหลายๆอย่างที่ต้องทำ

ตอนนี้ผมยังคงเช่าเกสท์เฮ้าส์อยู่แถวๆถนนพระรามเก้า คืนละ 135 บาท Bro.Charles เพื่อนข้างๆห้องซึ่งเป็นชาวพม่า เขาจะพาผมไปตามหาชาวอิสราเอล (http://www.bneimenashe.com/) ที่อาศัยอยู่ระหว่างประเทศพม่า บังคลาเทศ และอินเดีย ซึ่งยังมีชาวเผ่ามนัสเสห์ไม่สามารถกลับไปเยรูซาเล็มได้เนื่องจากเหตุผลดังต่อไปนี้

- รัฐบาลของอิสราเอลต้องการที่จะทำลายจิตวิญญาณของพวกอิสราเอลที่เชื่อถือพระมาไซยา
- ทางรัฐบาลได้ประหัตประหารพวกยิวผู้ที่เชื่อถือในกรรมสิทธิของที่ดินตามกฎโทราห์หรือกฏโมเสส
- รัฐบาลใหม่นั้นเกลียดชังและต่อต้านชาวยิวที่จะกลับมาทวงกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามกฏสมัยโมเสสคืน
- รัฐบาลใหม่นั้นไม่สนใจกฏและความเชื่อเดิม
ชาโลมและขอพระเจ้าอวยพร
Pastor Steve Peter H S Kok

เริ่มต้นพันธกิจ – รวบรวมอิสราเองที่กระจัดกระจาย

ในไบเบิลได้มีคำทำนายกล่าวไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งอยู่ในหนังสือวิวรณ์และเอเสเคียล

ทำไมต้องตามหาอิสราเอล?

วิวรณ์ 21 ข้อ 12 – 14 : นครนั้นมีกำแพงสูงใหญ่ มีประตูสิบสองประตู และที่ประตูมีทูตสวรรค์สิบสององค์ และที่ประตูนั้นจารึกเป็นชื่อเผ่าของอิสราเอลสิบสองเผ่า ทางด้านตะวันออกมีสามประตู ทางด้านเหนือมีสามประตู ทางด้านใต้มีสามประตูและทางด้านตะวันตกมีสามประตู และกำแพงนครนั้นมีฐานศิลาสิบสองฐาน และที่ฐานศิานั้นจารึกชื่ออัครทูตสิบสองคนของพระเมษโปดก (อ้างถึง เอเสเคียล : 48 ข้อ 31 – 34)

แล้วเราจะตามหาอิสราเอลสิบสองเผ่าที่ได้กล่าวถึงไว้ในไบเบิลได้จากที่ไหน?

อิสยาห์ 49 ข้อ 5 – 6 : และบัดนี้ พระจ้าผู้ทรงปั้นข้าพเจ้าตั้งแต่ในครรภ์ ให้เป็นผู้รับใช้พระองค์ เพื่อจะนำยาโคบกลับมาหาพระองค์ และเพื่ออิสราเองจะรวบรวมกันมายังพระองค์ เพราะข้าพเจ้าได้รับเกียรติในสายพระเนตรของพระเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้าได้ทรงเป็นแรงของข้าพเจ้าแล้ว พระองค์ตรัสว่า ซึ่งเจ้าจะเป็นผู้รับใช้ของเรา เพื่อจะยกบรรดาเผ่าของยาโคบขึ้น เพื่อจะให้อิสราเอลที่เหลืออยู่กลับสู่สภาพดีนั้น ดูเป็นการเล็กน้อยเกินไป เราจะมอบให้เจ้าเป็นความสว่างแก่บรรดาประชาชาติ เพื่อความรอดของเราจะถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก

เยรูซาเล็มใหม่เป็นอย่างไร?

มันคือสวรรค์แห่งใหม่ที่ถูกมาแทนที่แห่งเดิม

วิวรณ์ 3 ข้อ 12 : ผู้ใดมีชัยชนะ เราจะตั้งให้ผู้นั้นเป็นหลักอยู่ในพระวิหารแห่งพระเจ้าของเรา และผู้นั้นจะไม่ออกไปนอกพระวิหารอีกเลย และที่ตัวของผู้นั้นเราจะจารึกพระนามพระเจ้าของเรา และชื่อเมืองของพระเจ้าของเรา คือนครเยรูซาเล็มใหม่ที่ลงมาจากสวรรค์จากพระเจ้าของเรา และเราจะจารึกนามใหม่ของเราไว้ที่ผู้นั้นด้วย

วิวรณ์ 21 ข้อ 2 : ข้าพเจ้าได้เห็นวิสุทธนครคือนครเยรูซาเล็มใหม่ เลื่อนลอยลงมาจากสวรรค์แะจากพระเจ้า นครนี้ได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว เหมือนอย่างเจ้าสาวแต่งตัวไว้สำหรับสามี

มัทธิว 5 ข้อ 18 – 19 : เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ตราบใดที่ฟ้าและดินดำรงอยู่ แม้อักษรหนึ่งหรือขีดๆหนึ่ง ก็จะไม่สูญไปจากธรรมบัญญัติ จนกว่าสิ่งที่จะต้องเกิด ได้เกิดขึ้นแล้ว เหตุฉะนั้น ผู้ใดได้ทำให้ข้อเล็กน้อยสักข้อหนึ่งในธรรมบัญญัตินี้เบาขึ้น ทั้งสอนคนอื่นให้ทำอย่างนั้นด้วย ผู้นั้นจะได้ชื่อว่าเป็นผู้น้อยที่สุดในแผ่นดินสวรรค์ แต่ผู้ใดที่ประพฤติและสอนตามธรรมบัญญัติ ผู้นั้นจะได้ชื่อว่าเป็นใหญ่ในแผ่นดินสวรค์

พวกเรากำลังจะย้อนกลับไปเหมือนสมัยโนอาห์ใช่หรือไม่?

ลูกา 17 ข้อ 22 – 27 : พระองค์ตรัสกับเหล่าสาวกว่า “คงจะมีเวลาหนึ่งเมื่อท่านทั้งหลายจะใคร่เห็นวันของบุตรมนุษย์สักวันหนึ่ง แต่จะไม่เห็น เขาจะพูดกับท่านทั้งหลายว่า ‘มาดูนี่’ หรือ ‘ไปดูโน่น’ อย่าออกไป อย่าตามเขา ด้วยว่าเปรียบเหมือนฟ้าแลบ เมื่อแลบออกจากฟ้าข้างหนึ่ง ก็ส่องสว่างไปถึงฟ้าอีกข้างหนึ่ง บุตรมนุษย์ก็จะเป็นอย่างนั้นแหละในวันของพระองค์ ก่อนนั้นจำเป็นที่พระองค์จะต้องทนทุกข์ทรมานหลายประการ และคนยุคนี้จะไม่ยอมรับพระองค์ ในสมัยของโนอาห์ เหตุการณ์ได้เป็นมาแล้วอย่างไร ในสมัยของบุตรมนุษย์ก็จะเป็นไปอย่างนั้นด้วย เขาได้กินและดื่มได้สมรสกัน และได้ยกให้เป็นสามีภรรยากัน จนถึงวันนั้นที่โนอาห์ได้เข้าในนาวา และน้ำได้มาท่วมล้างผลายเขาเสียทั้งสิ้น

เหตุผลที่ผมไปประเทศไทยคือ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับยิวและวัฒนธรรมกับความเขื่อของชาวยูดาห์เป็นเวลาหกเดือน(อาจจะมาก หรือน้อยกว่านั้น) ก่อนที่ผมจะไปเผชิญหน้ากับพวกอิสราเอลจริงๆ มันไม่ง่ายที่จะไปตามหาพวกเขา แต่พระเจ้าทรงรู้ว่าพวกเขาอาศัยอยูที่ไหน และพระองค์จะนำทางผมในการไปตามหาพวกเขา มันเป็นการดีสำหรับงานเรียกนี้ ซึ่งพระเจ้าทรงเรียกผม และผมก็จำเป็นต้องไขปริศนานี้ให้ได้ ซึ่งตรงกับหนังสือลูกา 1 ข้อ 64, 72, 76, 77 และ 79
หลังจากนั้นแล้วผมจะเดินทางไปประเทศพม่า เนปาล และประเทศต่างๆ สถานที่สุดท้ายที่ผมจะไปคือ เยรูซาเล็ม ซึ่งนั่นคือปลายทางที่พระเจ้าต้องการให้ผมไป การเดินทางของผมนั้นเป็นการเดินทางโดยรถโดยสารซึ่งอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะทำให้บรรลุเป้าหมายได้

บางท่านในที่นี้ทราบแล้วว่าผมเข้าสู่การรับใช้เมื่อเดือนกันยายน-ตุลาคม 2550 ซึ่งผมก็ได้บอกพวกท่านไปแล้วตั้งแต่เมื่อตอนต้นปี ผมจะออกเดินทางจากกัวลาลัมเปอร์ ในวันที่ 17 กันยายน 2550 และจะไปพบกับคุณแม่ที่ปีนังก่อน ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศไทย ถ้าหากว่าต้องการติดต่อผมก็สามารถติดต่อได้ถึงวันที่ 20 กันยายน 2550 ที่หมายเลข + 6016 – 283 2038 หรือ + 6019- 380 9502

ผมต้องการให้พวกท่านอธิษฐานเผื่อผมด้วย โดยเฉพาะเรื่องเงินทุน อาหารและที่อยู่อาศัย งาน(งานชั่วคราว เช่นงานในโบสถ์หรืออื่นๆเพื่อประทังตัวอยู่ได้) และเผื่อเป้าหมายในการกระทำภาระกิจ

ขอบพระคุณและขอพระเจ้าอวยพร
ขอแสดงความนับถือ
Pastor Steve Peter H S Kok