11 ตุลาคม 2554

รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย

ชาโลม

ขอทักทายพี่น้องในพระเยซูคริสต์

พวกเราได้อ่านพระธรรม 2 ปต. 3 : 5 - 6 ซึ่งกล่าวไว้ว่า "เพราะ​ว่า​พวก​เขา​จง​ใจ​ลืม​ข้อ​นี้​เสีย คือ​โดย​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า ฟ้า​ได้​อุบัติ​ขึ้น​ตั้ง​แต่​โบ​ราณ และ​แผ่น​ดิน​ได้​เกิด​ออก​มา​จาก​น้ำ​และ​ด้วย​น้ำ โดย​น้ำ​นั้น​เอง โลก​ใน​เว​ลา​นั้น​ก็​ได้​ถูก​ทำ​ลาย​ไป​ด้วย​น้ำ​ท่วม"

สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย ตอนนี้เริ่มแย่ลง และน้ำได้เข้าท่วมพื้นที่เกือบทุกจังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางบางพื้นที่ รวมทั้งหมดประมาณ 33 จังหวัดได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ และสถานการณ์ที่แย่ที่สุดในตอนนี้คือที่จังหวัดอยุธยา (อดีตเมืองหลวงเก่า) บางพื้นที่จมน้ำอยู่นานกว่าหนึ่งหนึ่ง และถ้าน้ำทะเลหนุนในระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคม 2011 นี้ จะทำให้สถานการณ์ในประเทศไทยแย่ลงไปอีก ซึ่งขณะนี้ทางรัฐบาลพยายามกันอย่างเต็มที่ที่จะดันน้ำออกสู่ทะเล แต่ว่าน้ำมันก็ยังคงวนกลับมาที่เก่า

น้ำได้ทะลักเข้ามาทำลายคันกั้นน้ำในจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งอยู่ภาคกลางตอนเหนือของประเทศ

กรุงเทพมหานครในบางส่วนอาจถูกน้ำท่วมได้ในเร็วๆนี้ บ้านของพวกเราอยู่ที่หลักสี่ ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ แม้จะเป็นพื้นที่สูงกว่าบริเวณที่อยู่โดยรอบ แต่ถ้าหากว่าฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ก็อาจจะได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่น้ำจากทางเหนือจะทะลักเข้ามาที่หลักสี่ ดังนั้นผู้ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯจะต้องเตรียมรับมือกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้

ทางรถไฟฟ้าใต้ดินในตอนนี้ ก็ได้มีการสร้างกำแพงกั้นน้ำขึ้นมาบ้างแล้วที่บางจุด บริเวณทางลงของรถไฟฟ้า

ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตในกรุงเทพฯ ณ เวลานี้ อาหารแห้งได้จำหน่ายจดหมดสต๊อคเพราะทุกคนต่างก็กังวล และมาซื้อสินค้าเพื่อกักตุนเสบียงเอาไว้

สถานการณ์ที่ตัวเมืองอยุธยา น้ำท่วมขึ้นสูงถึงชั้นสองของอาคารแล้ว

เมื่อวานนี้เจนนี่และผมได้เดินทางไปที่คริสตจักรใจสมานบางปะอิน และระดับน้ำก็เริ่มสูงขึ้นอีก 4-5 ซม. พวกเรากำลังพยายามหาทางช่วยเหลือพี่น้องที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น และใช้โอกาสนี้ที่จะแบ่งปันพระกิตติคุณให้แก่พวกเขาด้วย พวกเรายังคงติดตามสถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะไปที่อยุธยาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่นั่น หรือบางทีพวกเราก็อาจจะไปช่วยที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย

แม้กระทั่งการซื้อเรือในตอนนี้ก็ค่อนข้างแพง ราคาอยู่ที่ 7,500 บาท ต่อลำ และต้องรอจองคิวในการสั่งซื้อนานมาก ซึ่งราคาของเรือเมื่อตอนเดือนกันยายน 2011 (ในเวลานั้นสถานการณ์น้ำยังไม่ค่อยน่ากังวลเท่าไหร่) อยู่ที่ลำละ 4,000 บาท

ขอให้พี่น้องช่วยกันอธิษฐานเผื่อพี่น้องที่กำลังเผชิญปัญหาน้ำท่วม และบางท่านอาจมีกำลังทรัพย์ในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย พวกเราจะนำเงินเหล่านั้นไปช่วยเหลือ จัดซื้อสิ่งของที่จำเป็นไปมอบให้แก่ผู้ที่กำลังเดือดร้อน

พระเจ้าอวยพร

สตีฟ ปีเตอร์ เฮส เอส ค๊อค

18 กันยายน 2554

พันธกิจรับใช้ในประเทศแถบตะวันออกกลาง

ถึง ครอบครัวและเพื่อนๆที่รัก

"จงใส่ใจยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้า และปรนนิบัติพระองค์อย่างซื่อสัตย์ด้วยสุดใจของท่าน จงคิดใคร่ครวญถึงสิ่งยิ่งใหญ่ทั้งหลายที่พระองค์ทรงกระทำเพื่อท่าน​” (1 ซมอ. 12:24 อมตะธรรม)


เมื่อใดก็ตามที่ผมมองย้อนกลับไปในอดีต ผมได้มองเห็นถึงสิ่งต่างๆที่พระเจ้าได้ทรงกระทำในชีวิตของผม ผมมักจะคิดอยู่เสมอๆเกี่ยวกับเรื่องของการที่ผมได้ออกมารับใช้ ภายในสี่ปีที่ผ่านมานี้ ผมได้เดินทางไปแล้วกว่าหกประเทศ และผมก็ต้องประหลาดใจอย่างยิ่งในความสัตย์ซื่อของพระเจ้า และการที่พระเจ้าทรงใช้ผมเพื่อจุดประสงค์ของพระองค์


สาเหตุที่ผมออกมากระทำพันธกิจซึ่งผมได้ทำอยู่เป็นเวลาหลายปีมาแล้วก็คือ มีเหตการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในชีวิตของผม ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ยากจะลืมเลือนได้ มันเกิดขึ้นที่เก็นติ้งไฮแลนด์ ประเทศมาเลเซีย ในปี ค.ศ.2005 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น ผมได้ถูกปล้นและถูกแทงที่หน้าอก จากนั้นผมต้องขับรถไปหาหมอเองที่โรงพยาบาลของรัฐในเมืองกัวลาลัมเปอร์ หลังจากเหตุการณ์นั้นเอง เพื่อนผมซึ่งเป็นอดีตสมาชิกรัฐสภา (ส.ส.) ได้เข้ามาพูดกับผมว่า "พระเจ้าได้ทรงกระทำบางสิ่งบางอย่างขึ้นในชีวิตของคุณ พระองค์ได้ปกป้องชีวิตของคุณไว้ และช่วยเหลือคุณให้รอดพ้นจากเหตุการณ์ที่น่ากลัวนี้"


จากเหตุการณ์วันนั้น ทำให้ผมรู้สึกว่าผมจะต้องถวายตัวเพื่อรับใช้พระเจ้า ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเองอีกต่อไป และหลังจากนั้นพระเจ้าก็เรียกผม ผมจึงได้ลาออกจากงานประจำเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ.2007 เพื่อมารับใช้พระองค์เต็มเวลา ในการเริ่มตั้นนี้มันเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับผม และเงินฝากในบัญชีธนาคารของผมเองก็กำลังจะหมดไป


แต่ผมก็ยังคงมีความศรัทธา ผมเชื่อมั่นในกาารจัดเตรียมของพระผู้เป็นเจ้า สิ่งเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของการเรียกของผม ที่ทำให้ผมได้เป็นส่วนหนึ่งในการถวายงานรับใช้พระเจ้า


โอกาสครั้งแรกของผมในการออกมารับใช้ คือในเดือนกันยายน ค.ศ. ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก พระเจ้าทรงใช้ผมกระทำในสิ่งที่เกินความคาดคิดของผมว่ามันจะเป็นไปได้ และพระองค์เองที่ทรงทำให้ผมมีจิตวิญญาณที่เข้มแข็งมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

หลังจากการเดินทางครั้งแรก พระเจ้าได้เตรียมการให้กับผมอีก พระองค์ให้โอกาสผมมากขึ้นในการออกมาแบ่งปันพระกิตติคุณยังประเทศต่างๆในแถบเอเชียตะวันออก ซึ่งการเรียกนั้นได้ช่วยเสริมสร้างจิตวิญญาณของผม และทำให้ผมมีกำลังใจมากขึ้นในการมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างอาณาจักรขององค์พระเจ้า

สำหรับสี่ปีที่ผ่านมานี้ ผมได้รับพระพรจากการไปรับใช้ที่ประเทศไทย ประเทศอินเดีย ประเทศกัมพูชา และประเทศจีน

ผมได้เจอกับภรรยา “เจนนี่” ในระหว่างที่ผมมารับใช้อยู่ที่ประเทศไทย และพวกเราแต่งงานกันในเดือนเมษายน ค.ศ.2008 หลังจากนั้นพวกเราก็รับใช้พระเจ้าร่วมกันในฐานะคู่สามีภรรยา พวกเราได้รับใช้ร่วมกับคริสตจักรท้องถิ่นในที่ต่างๆ ได้มีประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ แม้ในบางครั้งจะมีอุปสรรคในด้านภาษาบ้างนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเรา

ผมขออธิบายถึงจุดประสงค์ และความหวังของผมในการรับใช้ที่ท้าทายซึ่งพระเจ้าได้ทรงเปิดผยให้แก่ผมตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ.2007 ว่าผมจะต้องไปช่วยเหลือจิตวิญญานในสองประเทศนี้ คือ ประเทศอียิปต์ จอร์แดนและประเทศอิรัก

ผมเชื่อว่าพระเจ้าได้ทรงเปิดใจของผม ให้ผมไปรับใช้พี่น้องทั้งสามประเทศนี้ ความทุกข์ทรมานของผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศเหล่านี้มีมากมายยิ่งนัก คุณเองก็สามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือคนเหล่านี้ได้หลายวิธีเช่นกัน

วิธีแรก คุณสามารถอธิฐานเผื่อพวกเรา พวกเราต้องการคำอธิษฐาน ขอพระเจ้าทรงจัดเตรียมหนทางให้แก่พวกเราในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ และขอพระองค์ทรงอวยพรในความพยายามของพวกเรา เพื่อเตรียมความพร้อมของพวกเราในการออกไปรับใช้

พวกเราต้องการคำอธิษฐานเผื่อการสนับสนุนด้านการเงินเท่าที่จำเป็นด้วย เพราะเมื่อพวกเราอยู่ที่นั่นเราจำเป็นต้องมีกองทุนสนับสนุนเพื่อช่วยเหลือสำหรับการดำรงชีพ เพื่อที่พวกเราจะสามารถอยู่ปฏิบัติภารกิจได้ต่อไปนานขึ้น และเนื่องจากว่าค่าตั๋วเครื่องบินค่อนข้างจะสูง มันจึงเป็นการยากมากสำหรับพวกเราจะกลับมาบ้านได้ปีละหนึ่งครั้ง

คุณจะรับพิจารณาในการสนับสนุนเราเพื่อกระทำพันธกิจหรือไม่ ? ในพระธรรมลูกา 6:38 ได้กล่าวไว้ว่า “จงให้เขา และท่านจะได้รับด้วย และในตักของท่านจะได้รับตวงด้วยทะนานถ้วนยัดสั่นแน่น​พูนล้นใส่ให้ เพราะว่าท่านจะตวง​ให้เขาด้วยทะนานอันใดพระเจ้าจะได้ทรงตวงให้ท่านด้วยทะนานอันนั้น

สำหรับการสนับสนุนพันธกิจ ท่านสามารถโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารได้ตามรายละเอียดข้างล่างนี้ :

ธนาคาร : กสิกรไทย

สาขา : ย่อยอนุสาวรีย์ชัย

หมายเลขบัญชี : 774 - 2- 48653 - 5

ชื่อบัญชี : Kok Hee Seng

ซีดีประมวลภาพของงานรับใช้ในประเทศไทย ประเทศจีน ประเทศอินเดีน และประเทศกัมพูชา






ขอบคุณทุกท่านสำหรับการอธิษฐานและการสนับสนุน ขอพระเจ้าอวยพระพรท่าน

ภารกิจต่อไปในประเทศอียิปต์ จอร์แดน และประเทศอิรัก ผมจะทำบันทึกในลักษณะที่คล้ายกัน และผมจะโพสต์มาให้คุณดูเหมือนเมื่อสี่ปีที่ผ่านมา

ขอสันติสุขจงอยู่กับท่าน/ เจนนี่ พี ค๊อค

15 มีนาคม 2554

พระคัมภีร์ไบเบิ้ลได้พยากรณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์สึนามิที่เกิดขี้นในประเทศญี่ปุ่น

สันติสุขอยู่กับท่านทุกคน

ทักทายกันในนามของพระเยซูชาวนาซาเร็ท!

ตอนนี้มข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์สึนามิซึ่งได้เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 11 มีนาคม 2011 “เกิดแผ่นดินไหวขึ้นทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 140 ปี และยังได้ก่อให้เกิดคลื่นสึกนามิซึ่งสูงถึง 10 เมตร (30 ฟุต) ซึ่งได้กวาดทั่วทั้งพื้นที่การเกษตร ทำลายพืชผลต่างๆ กวาดเอาบ้านเรือน ยานพาหนะ และก่อให้เกิดเพลิงไหม้เสียหาย” สำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อเร็วๆนี้ ได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นขนาด 8.9 ริกเตอร์ ซึ่งก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูง 15 เมตรขึ้นบริเวณแถวชายฝั่ง สำนักข่าวดิจิตอลเจอร์แนล

คำว่า “สึนามิ” เกิดขึ้นมาจากไหน? “สึนามิ” เป็นคำที่มาจากภาษาญี่ปุ่น หมายถึง : มรสุม (Tsu) และ คลื่น (nami) พจนานุกรมภาษาอังกฤษฉบับ Oxford ซึ่งคำพหูพจน์ตามกฎในหลักภาษาอังกฤษแล้วจะต้องเติม ‘s’ หรือบางทีก็อาจจะไม่ต้องเปลี่ยนรูป แต่สามารถใช้ทับศัพท์ในภาษาญี่ปุ่นไปได้เลย

ในเช้าวันอาทิตย์ ข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือเศคาริยาห์ บทที่ 5 ข้อที่ 2-4 ทูตสวรรค์ถาม “เจ้าเห็นอะไร” ข้าพเจ้าตอบว่า “ข้าพเจ้าแลเห็นหนังสือม้วนหนึ่งเหาะอยู่ มันยาวยี่สิบศอก (30 ฟุต) และกว้างสิบศอก (15 ฟุต)” และท่านจึงบอกข้าพเจ้าว่า “นี่แหละเป็นคำสาปที่แผ่ออกไปทั่วพื้นแผ่นดินทั้งสิ้น ผู้ที่ทำการโจรกรรมทุกคนต้องถูกกำจัด ตั้งแต่นี้ไปตามความในหนังสือม้วนนั้น และทุกคนที่สาบานเท็จจะต้องถูกกำจัดตั้งแต่นี้ไป ตามที่กำหนดไว้ พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า เราส่งคำสาปนั้นออกไป และคำนั้นจะเข้าไปในเรือนของโจร และในเรือนของคนที่สาบานเท็จโดยออกนามของเรา และคำนี้จะค้างอยู่ในเรือน ผลาญเรือนนั้นเสียทั้งตัวไม้และศิลา”


จากนั้น ข้าพเจ้าก็ทูลขอพระเจ้าให้อธิบายความหมายเกี่ยวกับนิมิตรของเศคาริยาห์ ซึ่งพระเจ้าก็แสดงให้ข้าพเจ้าเห็นดังต่อไปนี้

สิ่งแรก ลักษณะของหนังสือม้วนหนึ่งเหาะอยู่ก็เหมือนกับการเปิดม้วนกระดาษปาปิรัส และลักษณะของสึนามิหรือคลื่นยักษ์ก็เลยดูเหมือนกับหนังสือม้วนหนึ่งเหาะอยู่

สิ่งที่สอง เศคาริยาห์บอกว่าขนาดของหนังสือคือ ยาว 30 ฟุต และกว้าง 15 ฟุต นี่เป็นคำอธิบายที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์สึนามิที่ญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม 2011

สิ่งที่สาม คำสาป ได้กล่าวอ้างถึงคลื่นยักษ์ (สึนามิ) ซึ่งได้กวาดเอาทุกสิ่งทุกอย่างไป

พี่น้องในพระคริสต์ พวกเรามีชีวิตอยู่จนใกล้จะถึงวันพิพากษาหรือวันสิ้นยุคแล้ว คำพยากรณ์ในพระคัมภีร์ได้กล่าวเอาไว้อย่างชัดเจนถึงพระพิโรธของพระเจ้า มันขึ้นอยู่ที่เราว่าเราจะมองเห็นและแปลความหมายในความจริงที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเราอย่างไร หากว่าจะปฏิเสธและไม่สนใจเกี่ยวกับเรื่องการตักเตือน บทการลงโทษ พวกเรานั้นก็กำลังหลอกตัวเอง! ชีวิตบนโลกนั้นแสนสั้น ชีวิตนิรันดร์รอพวกเราอยู่ แต่พวกเราได้เตรียมพร้อมไหม และได้ยอมรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดหรือไม่ พวกเราได้เชื่อฟังและปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระเจ้าและพระบัญญัติของพระองค์หรือไม่

ข้าพเจ้าจำได้อย่างแม่นยำเกี่ยวกับเรื่องหนึ่งซึ่งเพื่อนของข้าพเจ้าได้แบ่งปัน มีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นคนที่ร่ำรวย และเขารู้ว่าเขาจะต้องจากไปในไม่ช้า เขาจึงได้ขอร้องกับลูกชายว่า ให้ช่วยเผาเงินทองของเขาไปพร้อมกับร่างกายของเขาด้วย ซึ่งลูกชายก็พยักหน้ารับ และเมื่อเวลานั้นมาถึง ลูกชายก็กล่าวต่อหน้าศพของพ่อว่า “ผมไม่โง่ที่จะเอาเงินของพ่อใส่ลงไปในหลุมฝังศพของพ่อหรอก เพราะว่าพ่อไม่สามารถจะเอามันไปใช้ได้” จากนั้นเขาก็ได้เขียนเช็คหนึ่งใบและใส่ลงไปในนั้น

ในพระธรรมมัทธิว บทที่ 6 ข้อ 19-20 ได้เตือนพวกเราว่า “อย่าส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัวในโลก ที่อาจเป็นสนิมและที่แมลงกินเสียได้ และที่ขโมยอาจขุดช่องลักเอาไปได้ แต่จงส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์ ที่ไม่มีแมลงจะกินและไม่มีสนิมจะกัด และที่ไม่มีขโมยขุดช่องลักเอาไปได้”

คำพยากรณ์อีกอย่างหนึ่งที่ได้กล่าวถึง อยู่ในพระธรรมวิวรณ์ บทที่ 6 ข้อ 12-14 ได้กล่าวไว้ว่า “เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่หกนั้นแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้เห็นแผ่นดินไหวใหญ่โต ดวงอาทิตย์ก็กลับมืดดำดุจผ้ากระสอบขนสัตว์ และดวงจันทร์วนเพ็ญก็กลายเป็นสีเลือด และดวงดาวทั้งหลายในท้องฟ้าก็ตกลงบนพื้นดิน เหมือนกับต้นมะเดื่ออันถูกลมกล้าพัดจนทำให้ผลที่ยังไม่ทันสุกหล่นลงหมด ท้องฟ้าก็หายไปเหมือนกับหนังสือที่เขาม้วนขึ้นไปหมด และภูเขาทุกลูกและเกาะทุกเกาะก็เลื่อนไปจากที่เดิม”

สามารถเช็คสถิติการเกิดแผ่นดินไหวได้ที่เว็ปไซด์ http://earthquake.usgs.gov ซึ่งท่านจะเห็นว่าในทุกๆนาทีนั้นจะมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้น และตามข่าวล่าสุดคือเกาะฮอนชูได้เคลื่อนตำแหน่งออกไปจากที่เดิม 8 ฟุต หรือ 2.4 เมตร และพวกเรายังไม่รู้เกี่ยวกับที่อื่นๆอีก บางทีท่านอาจจะต้องเริ่มต้นตรวจเช็คดูระหว่างประตูบ้านและพืนที่ภายในบริเวณโดยรอบว่ามีการขยับเขยื้อนไปบ้างหรือไม่

ข้าพเจ้าเชื่อว่า คำพยากรณ์ในเรื่องของตราดวงที่หกนั้น ขณะนี้ได้ถูกเปิดขึ้นแล้ว และตอนนี้พวกเราจะเข้าสู่ช่วงของตราดวงที่เจ็ด

บรรดาผู้ที่ได้ซักอาภรณ์ของเขา คือผู้ที่ได้ค้นหาหนทางในการชำระบาปในชีวิตของตน และพวกเขายังคงสัตย์ซื่อ เตรียมพร้อมต้อนรับการเสด็จกลับมาของพระคริสต์ มันคงจะเป็นการยากที่เราจะนึกภาพว่า เลือดจะสามารถทำให้เสื้อผ้านั้นขาวสะอาดได้อย่างไร แต่โดยโลหิตของพระเยซูคริสต์ชาวนาซาเร็ทนั้นเป็นน้ำยาที่ชำระล้างคราบที่วิเศษสุดในโลกนี้ เพราะว่ามันสามารถล้างคราบบาปออกไปได้ สีขาวนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบปราศจากบาปหรือความบริสุทธิ์ ซึ่งสามารถที่จะมอบให้แก่มนุษย์ได้ก็โดยผ่านการถวายลูกแกะของพระเจ้าเป็นเครื่องบูชาแทนเรา หากว่าเราเชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า พระคริสต์จะทรงอภัยบาปและชำระล้างบาปให้แก่เรา เอเมน!

คำสุดท้ายที่จะได้รับเป็นพระวจนะของพระเจ้า อำนาจอธิปไตยของพระองค์จะได้รับการเปิดเผยในวันสุดท้าย พวกเราไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ว่าที่สุดปลายจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่พวกเราสามารถมั่นใจในอำนาจของพระองค์ที่จะควบคุมสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ได้ ประวัติศาสตร์ของโลก รวมทั้งการแสวงหาความชอบธรรมของเราอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า เราสามารถมีความปลอดภัยอยู่ในความรักของพระองค์และไว้วางใจในการทรงนำของพระองค์ที่มีให้แก่ชีวิตของพวกเราได้

พวกเราต้องการแบ่งปันความน่าสะพึงกลัว ซึ่งมันเป็นความจริงที่ได้เกิดขึ้นแก่พวกเราทุกคน

ดังนั้น ข้าพเจ้าอยากจะบอกพี่น้องในพระคริสต์ถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า วันสิ้นยุคใกล้เข้ามาแล้ว ให้เตรียมตัวและดำเนินชีวิตอยู่!

ขออวยพระพร

ศจ.สตีฟ ปีเตอร์ เฮส เอส ค๊อค